people장 홈📈 Stock Masters주식 유튜브를 Articles로 읽고 Author의 예측을 실제 가격으로 확인합니다 people장 Board 홈요청하기

한국어 · English

☀️Fund Strategy in Focus☀️ [24 OCT 23] : Bill Gross ชี้จังหวะดีที่สุดสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ

UOB Kay Hian Thailand · 2023-10-24 · 유튜브 시청 357 · Board Views 0 · International

International

유튜브 썸네일

← 목록

저자: 미상 · 외국인

요약 보기

결론: 미국 금리 고점(10년물 5%) 통과 및 경기 둔화 전망으로 미국 주식 투자 적기를 제시하는 전략 방송이다. [거시·지정학] 중동 긴장 완화 조치와 인질 석방 협상 이후 유가가 조정을 거쳐 WTI 약 86달러, 브렌트 약 90달러로 올랐다. 다만 관련 불확실성은 남아 있어 지켜봐야 한다고 봤다. [채권·금리] 미국 10년물 금리는 5%에서 고점을 찍은 것으로 판단하며, 이는 이전 평가와 일치한다고 했다. 금리는 4.85%~5.05% 수준이 주요 관찰 구간이다. [경기] 미국 경기가 예상보다 빠르게 둔화되는 신호가 나타나고 있다고 봤다. 이에 따라 금리 인하 기대가 커졌다. [Bill Gross 언급] 자막상 'Bill Gross'가 가치투자(VI)형 투자자로 소개되며, 최근 그가 고위험 자산 베팅을 줄였다는 취지로 언급됐다. 이 내용은 과거 행보 설명으로 예측이 아니다. [종목·실적] 연초 대비 상승률은 애플 33%, 아마존 51%, 엔비디아 194%, 알파벳 55%, 마이크로소프트 37%, 메타 161%, 테슬라 71%다. 빅테크 실적 발표 일정(마이크로소프트·알파벳·메타·아마존·애플)을 안내하고, 기술주가 매출·이익 추정치를 상회할 것으로 전망했다. [지수·섹터] 나스닥 100 지수는 52주 저점 부근까지 밀려 잠재력이 있다고 봤다. 통신서비스·기술·경기소비재 섹터에 시장과 애널리스트가 비중을 두고 있다고 언급했다. [금리 정책] 연준이 11월 회의에서 동결하고 내년 인하할 가능성을 열어뒀다. [달러·금·유가] 달러는 약세, 금은 1998달러 부근, 유가는 조정 후 하락했다. [이벤트] 미국 제조업 PMI(당일), 주간 실업수당 청구(목요일), PCE(금요일) 발표를 주목하라고 안내했다. [추천] 이번 주 투자 전략으로 미국 주식 매수를 권했다. 4분기 주식 강세 구간 진입 가능성을 언급했다. [출연자 전망] 방송 전반적으로 미국 주식 투자 적기, 금리 고점 통과, 빅테크 실적 호조를 낙관하는 톤이다.

다듬은 글

※ AI가 다듬은 글(오탈자·군말 정리)

01. ตัวอย่างนี้เป็นคำบรรยายที่ถอดเสียงอัตโนมัติ ซึ่งมีข้อผิดพลาดมาก ผมจะปรับแก้ตามบริบทที่เป็นไปได้ โดยไม่เติมข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในต้นฉบับ

02. **หมายเหตุ:** ชื่อบุคคลและตัวเลขบางส่วนในต้นฉบับผิดเพี้ยนจากการถอดเสียง (เช่น "Boy" น่าจะหมายถึง "Buffett" หรือ "Bill Gross" ตามหัวข้อ, "Acmen" และ "Tatasa" น่าจะเป็นชื่อบุคคลที่ผิดเพี้ยน) ผมจึงระบุเท่าที่มั่นใจและคงส่วนที่ไม่แน่ใจไว้ตามเดิม

03. ---

04. สวัสดีครับ วันอังคารที่ 24 ตุลาคม 2023 ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ UOB Kay Hian Dental Strategy In Focus จัดทำโดยฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ สัปดาห์นี้มีประเด็นสำคัญสามเรื่องที่ควรจับตา

05. ประเด็นแรกยังคงเป็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของสัปดาห์ที่แล้ว ตะวันออกกลางแม้จะมีการผ่อนคลายข้อจำกัดลงไปมาก แต่หลังจากกลุ่มติดอาวุธตกลงปล่อยตัวประกันสองคน ประกอบกับสหรัฐฯ เองก็กำลังเจรจากับอิสราเอลเพื่อชะลอขั้นตอนบางอย่าง การโจมตีในฉนวนกาซาส่งผลให้ข้อจำกัดต่าง ๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ราคาน้ำมันจึงปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังการปรับฐาน WTI อยู่ที่ประมาณ 86 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

06. อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงค้างอยู่ จึงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

07. ประเด็นที่สองเกี่ยวข้องกับตลาดการเงินและการลงทุน มีการปรับตัวลงค่อนข้างแรงเมื่อคืนนี้ นักลงทุนสายวิเคราะห์คุณค่า (Value Investing หรือ VI) มุ่งซื้อหุ้นในราคาต่ำ แต่ตลาดในปัจจุบันได้ก้าวข้ามแนวคิดนั้นไปแล้ว และนักลงทุนมองนักลงทุนระดับตำนานเป็นเกณฑ์อ้างอิงในการปลดล็อกศักยภาพ การซื้อขายล่าสุดสะท้อนว่าการลงทุนบางส่วนได้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่า ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่เดิมพันกับหุ้นที่ถูกมองข้ามอีกต่อไป เพราะความเสี่ยงสูงเกินไปในตอนนี้

08. ทางด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจนและรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง ทีมงานเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีน่าจะขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ 5% แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินก่อนหน้าที่มองว่าระดับ 5% มีนัยสำคัญมาก

09. ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลกก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีมีแนวโน้มชะลอลงหลังถึงจุดสูงสุด 5% โดยสหรัฐฯ อาจเผชิญการปรับตัวของตลาดหุ้นในไตรมาสที่สี่ เนื่องจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะหนี้ภาคธุรกิจ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว ดังนั้นการเข้าสู่ช่วงปรับตัวของตลาดหุ้นในไตรมาสที่สี่ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน โดยควรเลือกลงทุนในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของไตรมาส

10. ประเด็นสุดท้ายของสัปดาห์นี้คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ สัปดาห์นี้จะเน้นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Megacap) ใน S&P 500 และ NASDAQ 100 ซึ่งทั้งเจ็ดตัวทำผลตอบแทนได้ดีตั้งแต่ต้นปี ได้แก่ Apple เพิ่มขึ้น 33%, Amazon 51%, Nvidia 194%, Google 55%, Microsoft 37%, Meta 161% และ Tesla 71%

11. ประกาศผลประกอบการสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ Microsoft วันนี้ ตามด้วย Alphabet, Meta วันพุธ, Amazon วันพฤหัสบดี และ Apple ในสัปดาห์หน้า ทางทีมคาดว่าหุ้นเทคโนโลยีจะทำรายได้และกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้

12. ดัชนี NASDAQ ปรับตัวในแดนบวก และหากพิจารณาแนวโน้มของหุ้น จะเห็นการเร่งตัวขึ้นในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริการสื่อสาร เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ตลาดและนักวิเคราะห์ให้น้ำหนักค่อนข้างมาก

13. ภาคเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นสวนทางกับความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าธนาคารกลางจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนพฤศจิกายน และอาจลดดอกเบี้ยในปีถัดไป ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งเจ็ดแห่งปรับตัวลดลงพร้อมกับผลประกอบการ ซึ่งการประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึงคาดว่าจะออกมาในทิศทางบวก และอาจมีการผ่อนคลายข้อจำกัดบางอย่าง

14. เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธ การลงทุนในดัชนี NASDAQ 100 น่าสนใจมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ 88% ของหุ้นใน NASDAQ 100 ปรับตัวลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งชี้ว่าดัชนีนี้มีศักยภาพ ราคาอยู่ในระดับต่ำลงและผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยมากขึ้น

15. ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ระดับ 104.1 ทองคำทรงตัวที่ระดับประมาณ 1,998 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาน้ำมันก็มีการปรับตัวเช่นกัน ที่สำคัญคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงค่อนข้างแรง ตลาดประเมินว่าได้ถึงจุดสูงสุดไปแล้ว การปรับลดลงถือว่ารุนแรงพอสมควร ตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.85% และอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 5.05% ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามใกล้ชิด

16. สัปดาห์นี้ ข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ จะประกาศในวันนี้ ส่วนการเบิกสวัสดิการว่างงานจะประกาศในวันพฤหัสบดี และไฮไลท์สำคัญคือดัชนี PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ จะประกาศในวันศุกร์

17. ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเป็นบวกเล็กน้อย ส่วนเอเชียเช้านี้คาดว่าจะฟื้นตัวได้ และมีแนวโน้มเชิงบวกในตลาดตะวันออก

18. กลยุทธ์การลงทุนได้เห็นการปรับลดลงอย่างรวดเร็ว สำหรับการลงทุนประจำสัปดาห์นี้ แนะนำให้ซื้อกองทุนหุ้น โดยเน้นตลาดสหรัฐฯ และหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ชื่อกองทุนและรายละเอียดอยู่ด้านล่าง

19. ขอบคุณที่รับชมครับ ติดตามและกดไลก์ไว้ พบกันใหม่พรุ่งนี้ ลาก่อนสำหรับวันพรุ่งนี้ครับ

원문 보기 · 글 내려 주세요 신청

← List으로
공유페이스북밴드

이 Articles에 대해 요청(숨김) 수정 요청

Comments 0