저자: 미상 · 외국인
요약 보기
결론: 미국 금리 고점(10년물 5%) 통과 및 경기 둔화 전망으로 미국 주식 투자 적기를 제시하는 전략 방송이다. [거시·지정학] 중동 긴장 완화 조치와 인질 석방 협상 이후 유가가 조정을 거쳐 WTI 약 86달러, 브렌트 약 90달러로 올랐다. 다만 관련 불확실성은 남아 있어 지켜봐야 한다고 봤다. [채권·금리] 미국 10년물 금리는 5%에서 고점을 찍은 것으로 판단하며, 이는 이전 평가와 일치한다고 했다. 금리는 4.85%~5.05% 수준이 주요 관찰 구간이다. [경기] 미국 경기가 예상보다 빠르게 둔화되는 신호가 나타나고 있다고 봤다. 이에 따라 금리 인하 기대가 커졌다. [Bill Gross 언급] 자막상 'Bill Gross'가 가치투자(VI)형 투자자로 소개되며, 최근 그가 고위험 자산 베팅을 줄였다는 취지로 언급됐다. 이 내용은 과거 행보 설명으로 예측이 아니다. [종목·실적] 연초 대비 상승률은 애플 33%, 아마존 51%, 엔비디아 194%, 알파벳 55%, 마이크로소프트 37%, 메타 161%, 테슬라 71%다. 빅테크 실적 발표 일정(마이크로소프트·알파벳·메타·아마존·애플)을 안내하고, 기술주가 매출·이익 추정치를 상회할 것으로 전망했다. [지수·섹터] 나스닥 100 지수는 52주 저점 부근까지 밀려 잠재력이 있다고 봤다. 통신서비스·기술·경기소비재 섹터에 시장과 애널리스트가 비중을 두고 있다고 언급했다. [금리 정책] 연준이 11월 회의에서 동결하고 내년 인하할 가능성을 열어뒀다. [달러·금·유가] 달러는 약세, 금은 1998달러 부근, 유가는 조정 후 하락했다. [이벤트] 미국 제조업 PMI(당일), 주간 실업수당 청구(목요일), PCE(금요일) 발표를 주목하라고 안내했다. [추천] 이번 주 투자 전략으로 미국 주식 매수를 권했다. 4분기 주식 강세 구간 진입 가능성을 언급했다. [출연자 전망] 방송 전반적으로 미국 주식 투자 적기, 금리 고점 통과, 빅테크 실적 호조를 낙관하는 톤이다.
다듬은 글
ตัวอย่างนี้เป็นคำบรรยายที่ถอดเสียงอัตโนมัติ ซึ่งมีข้อผิดพลาดมาก ผมจะปรับแก้ตามบริบทที่เป็นไปได้ โดยไม่เติมข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในต้นฉบับ
**หมายเหตุ:** ชื่อบุคคลและตัวเลขบางส่วนในต้นฉบับผิดเพี้ยนจากการถอดเสียง (เช่น "Boy" น่าจะหมายถึง "Buffett" หรือ "Bill Gross" ตามหัวข้อ, "Acmen" และ "Tatasa" น่าจะเป็นชื่อบุคคลที่ผิดเพี้ยน) ผมจึงระบุเท่าที่มั่นใจและคงส่วนที่ไม่แน่ใจไว้ตามเดิม
---
สวัสดีครับ วันอังคารที่ 24 ตุลาคม 2023 ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ UOB Kay Hian Dental Strategy In Focus จัดทำโดยฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ สัปดาห์นี้มีประเด็นสำคัญสามเรื่องที่ควรจับตา
ประเด็นแรกยังคงเป็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของสัปดาห์ที่แล้ว ตะวันออกกลางแม้จะมีการผ่อนคลายข้อจำกัดลงไปมาก แต่หลังจากกลุ่มติดอาวุธตกลงปล่อยตัวประกันสองคน ประกอบกับสหรัฐฯ เองก็กำลังเจรจากับอิสราเอลเพื่อชะลอขั้นตอนบางอย่าง การโจมตีในฉนวนกาซาส่งผลให้ข้อจำกัดต่าง ๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ราคาน้ำมันจึงปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังการปรับฐาน WTI อยู่ที่ประมาณ 86 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงค้างอยู่ จึงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป
ประเด็นที่สองเกี่ยวข้องกับตลาดการเงินและการลงทุน มีการปรับตัวลงค่อนข้างแรงเมื่อคืนนี้ นักลงทุนสายวิเคราะห์คุณค่า (Value Investing หรือ VI) มุ่งซื้อหุ้นในราคาต่ำ แต่ตลาดในปัจจุบันได้ก้าวข้ามแนวคิดนั้นไปแล้ว และนักลงทุนมองนักลงทุนระดับตำนานเป็นเกณฑ์อ้างอิงในการปลดล็อกศักยภาพ การซื้อขายล่าสุดสะท้อนว่าการลงทุนบางส่วนได้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ซึ่งหมายความว่า ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่เดิมพันกับหุ้นที่ถูกมองข้ามอีกต่อไป เพราะความเสี่ยงสูงเกินไปในตอนนี้
ทางด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจนและรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง ทีมงานเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีน่าจะขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ 5% แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินก่อนหน้าที่มองว่าระดับ 5% มีนัยสำคัญมาก
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลกก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีมีแนวโน้มชะลอลงหลังถึงจุดสูงสุด 5% โดยสหรัฐฯ อาจเผชิญการปรับตัวของตลาดหุ้นในไตรมาสที่สี่ เนื่องจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะหนี้ภาคธุรกิจ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว ดังนั้นการเข้าสู่ช่วงปรับตัวของตลาดหุ้นในไตรมาสที่สี่ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน โดยควรเลือกลงทุนในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของไตรมาส
ประเด็นสุดท้ายของสัปดาห์นี้คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ สัปดาห์นี้จะเน้นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Megacap) ใน S&P 500 และ NASDAQ 100 ซึ่งทั้งเจ็ดตัวทำผลตอบแทนได้ดีตั้งแต่ต้นปี ได้แก่ Apple เพิ่มขึ้น 33%, Amazon 51%, Nvidia 194%, Google 55%, Microsoft 37%, Meta 161% และ Tesla 71%
ประกาศผลประกอบการสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ Microsoft วันนี้ ตามด้วย Alphabet, Meta วันพุธ, Amazon วันพฤหัสบดี และ Apple ในสัปดาห์หน้า ทางทีมคาดว่าหุ้นเทคโนโลยีจะทำรายได้และกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้
ดัชนี NASDAQ ปรับตัวในแดนบวก และหากพิจารณาแนวโน้มของหุ้น จะเห็นการเร่งตัวขึ้นในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริการสื่อสาร เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ตลาดและนักวิเคราะห์ให้น้ำหนักค่อนข้างมาก
ภาคเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นสวนทางกับความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าธนาคารกลางจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนพฤศจิกายน และอาจลดดอกเบี้ยในปีถัดไป ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งเจ็ดแห่งปรับตัวลดลงพร้อมกับผลประกอบการ ซึ่งการประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึงคาดว่าจะออกมาในทิศทางบวก และอาจมีการผ่อนคลายข้อจำกัดบางอย่าง
เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธ การลงทุนในดัชนี NASDAQ 100 น่าสนใจมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ 88% ของหุ้นใน NASDAQ 100 ปรับตัวลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งชี้ว่าดัชนีนี้มีศักยภาพ ราคาอยู่ในระดับต่ำลงและผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยมากขึ้น
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ระดับ 104.1 ทองคำทรงตัวที่ระดับประมาณ 1,998 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาน้ำมันก็มีการปรับตัวเช่นกัน ที่สำคัญคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงค่อนข้างแรง ตลาดประเมินว่าได้ถึงจุดสูงสุดไปแล้ว การปรับลดลงถือว่ารุนแรงพอสมควร ตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.85% และอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 5.05% ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามใกล้ชิด
สัปดาห์นี้ ข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ จะประกาศในวันนี้ ส่วนการเบิกสวัสดิการว่างงานจะประกาศในวันพฤหัสบดี และไฮไลท์สำคัญคือดัชนี PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ จะประกาศในวันศุกร์
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเป็นบวกเล็กน้อย ส่วนเอเชียเช้านี้คาดว่าจะฟื้นตัวได้ และมีแนวโน้มเชิงบวกในตลาดตะวันออก
กลยุทธ์การลงทุนได้เห็นการปรับลดลงอย่างรวดเร็ว สำหรับการลงทุนประจำสัปดาห์นี้ แนะนำให้ซื้อกองทุนหุ้น โดยเน้นตลาดสหรัฐฯ และหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ชื่อกองทุนและรายละเอียดอยู่ด้านล่าง
ขอบคุณที่รับชมครับ ติดตามและกดไลก์ไว้ พบกันใหม่พรุ่งนี้ ลาก่อนสำหรับวันพรุ่งนี้ครับ


Comments 0