저자: BitcoinInvestmentBoy채널진행자Tum · 외국인
요약 보기
블랙록(래리 핑크)이 비트코인 ETF(IBIT 등)로 약 75만 달러 수준의 BTC를 보유하며 세계경제포럼(WEF)과 긴밀히 연결되어 있다고 주장. 블록체인·토큰화·디지털ID·스테이블코인을 WEF 주도의 금융 재편 흐름으로 묘사하고, 비트코인이 주류 금융 인프라로 편입되고 있다고 해석. 가격 측면에서는 BTC 약 11만6천 달러 지지선 이탈, 이더리움·XRP·솔라나 등 지지/저항 레벨을 언급하며 단기 변동성을 다룸. 본인이 개인 의견이며 전문 조언이 아니라고 고지.
다듬은 글
ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดที่สุดแล้วว่า Bitcoin กำลังได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ มีบางกลุ่มที่... ผมเห็นโอกาสนี้มาตั้งแต่สิบปีก่อน และวันนี้มันกำลังกลายเป็นความจริงต่อหน้าต่อตาเรา สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อตั้ม จากช่อง "Bitcoin ลงทุนบอย" ช่องที่จะพาทุกท่าน...
เพื่อนๆ ของเราได้เจาะลึกข่าวสำคัญทั่วโลกมาแล้ว ทั้งเรื่องคริปโตและเศรษฐกิจมหภาค วิดีโอนี้จะให้ข้อมูลพร้อมมุมมองส่วนตัว แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เรื่องเงินหรือการลงทุน ขอให้เพื่อนๆ ใช้วิจารณญาณของตัวเองก่อนตัดสินใจ
คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมหลายอย่างในโลกการเงินดูเหมือนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว สิ่งที่เราเห็นวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอเรนซี สเตเบิลคอยน์ บล็อกเชน หรือแม้แต่ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ล้วนถูกพูดถึงและจัดกรอบไว้ภายใต้สิ่งที่เรียกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ซึ่งฟอรัมเศรษฐกิจโลก (WEF) พูดถึงมานานกว่าทศวรรษแล้ว
คลาวส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้ง WEF เคยนำเสนอแผนภาพที่อธิบายองค์ประกอบของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งรวมเทคโนโลยีทุกอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ว่าจะเป็น AI การพิมพ์ 3 มิติ ระบบชีวภาพ และที่สำคัญคือบล็อกเชนกับตัวตนดิจิทัล ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
มันเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกใหม่ที่เกี่ยวกับการเงินและสังคมรูปแบบใหม่ คำถามคือเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าหรือไม่ คำตอบคือ WEF ไม่ใช่องค์กรธรรมดา แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้นำจากประเทศและองค์กรการเงินยักษ์ใหญ่ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของโลก
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ หนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของ WEF คือ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อ WEF พูดถึงบล็อกเชนในระดับโลก ไม่ใช่เพื่อการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ผสมผสานการทำโทเคนไนเซชันแบบกระจายศูนย์เข้ากับการควบรวมสินทรัพย์ทางการเงิน และควบคุมทุกอย่างผ่านตัวตนดิจิทัล ดูเหมือนแผนการใหญ่ในการจัดการระบบการเงิน ซึ่งเดิมทียังค่อย ๆ ถูกแทนที่
ทุกครั้งที่เราพูดถึงอนาคตในโลกคริปโต เราจะเห็นเงาของ WEF แอบอยู่เบื้องหลังไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม WEF ประกาศอย่างชัดเจนถึงสเตเบิลคอยน์และกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีทั้งหมดเป็นระบบเดียวกัน ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
รอสักครู่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย มันไม่ได้เป็นแค่โลกคริปโตอีกต่อไป แต่คือการสร้างระบบการเงินใหม่ หลายคนเริ่มสงสัยว่า Bitcoin ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นอิสระและเป็นการกระจายอำนาจ จะอยู่ตรงไหนในเกมนี้
Bitcoin เป็นอิสระ ไม่มีใครควบคุมได้ อย่างที่เราได้ยินกันมา แต่ความจริงคือทุกธุรกรรมบนเชนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ถ้ามันโปร่งใสขนาดนั้น ทำไมบุคคลสำคัญถึงดูเหมือนสนใจจะซื้อทุกอย่างไว้ในมือ Bitcoin อาจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหนีจากระบบเดิม แต่ถูกออกแบบมาเพื่อนำทางเรา
แลร์รี ฟิงก์ CEO ของ BlackRock เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน WEF ชั่วคราว ลองคิดดูนะเพื่อนๆ ว่าใครจะควบคุมกองทุนการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น ซึ่งหมายความว่าเขากำลังเข้าควบคุมเวทีการเงินโลกโดยตรง นี่คือการสานต่อการดำเนินการของระบอบก่อนหน้าโดยตรง ตอนนี้ครบวงจรแล้ว ทั้งการทำโทเคน ระบบ ID ดิจิทัล ETF และ Bitcoin ล้วนอยู่ภายใต้เครือข่ายเดียวกัน
วันนี้ BlackRock ถือครอง ETF มากที่สุดผ่านกองทุน iShares Bitcoin Trust ประมาณ 748,968 BTC และเมื่อรวมกับ MicroStrategy แล้ว ตัวเลขพุ่งขึ้นเกือบหนึ่งล้าน ซึ่งเป็นบริษัทที่ซื้อ Bitcoin มากที่สุด ส่วนที่เหลือถือประมาณ 600,000 BTC ซึ่งรวมแล้วการถือครอง Bitcoin ของทั้งสองบริษัทพุ่งขึ้นถึง 1.4 ล้าน BTC หรือกว่า 6.5% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการผูกขาด
นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า Bitcoin ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่แล้ว ลองนึกภาพดูเพื่อนๆ สินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าเป็นของทดลอง วันนี้กลับถูกถือครองโดยกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก หมายความว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเครื่องมือของนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไป และไม่ได้มีไว้เพื่อกำไรของคนตัวเล็กอีกแล้ว แต่กำลังถูกใช้เป็นรากฐานของระบบการเงินยุคใหม่
แม้จะถูกบดบังด้วยบริษัทขนาดใหญ่ แต่สิ่งนี้ก็นำไปสู่การยอมรับทั่วโลก และมันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ ดังนั้นถ้าวันนี้สินทรัพย์ดิจิทัลตัวหนึ่งกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในพอร์ตของธนาคารและกองทุนใหญ่ทุกแห่งทั่วโลก อาจไม่ใช่การสูญเสียเสรีภาพทางการเมือง แต่มันยืนยันว่า Bitcoin ได้พัฒนาไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้อีกต่อไป
ใช่ราคาขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นก็เพราะ Bitcoin ถูกบังคับให้ยืนอยู่ตรงกลาง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของระบบการเงินทั้งหมด ถ้ามองในระยะยาว เราควรมองข้ามความผันผวนของราคา
นี่คือราคาปัจจุบันของสินทรัพย์ดิจิทัล ราคาได้ลดลงทะลุแนวรับสำคัญ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 116,000 ดอลลาร์ต่อ BTC วันนี้มันปรับตัวลงไปประมาณ 1.7 ถึง 7% และหลุดแนวรับนั้นลงมา แนวรับถัดไปของ Ethereum อยู่ที่ประมาณ 4,200 ดอลลาร์ต่อ ETH และ XRP ก็เป็นแนวรับที่สำคัญเช่นกัน ถ้าหลุดแนวรับนี้จะเป็นปัญหา ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.9 ดอลลาร์ต่อ XRP เราต้องรอดูว่ามีแรงซื้อมากพอจะดันกลับขึ้นไปหรือไม่ หรือนี่อาจเป็นแนวรับ
มีความผันผวนตามช่วงเวลาหลายครั้ง เช่น Solana ที่อยู่ที่ 180 ดอลลาร์ในรูปแบบการเปลี่ยนแปลงแบบลูกโซ่ และร่วงลงมาถึงแนวรับนี้ ในทำนองเดียวกัน Dogecoin อยู่ที่ระดับ 91 เส้น และพุ่งขึ้นในไม่กี่วันที่ผ่านมา เคยร้อนแรงมากใกล้ถึง 1 ดอลลาร์ราวๆ วันที่ 14 สิงหาคม ตอนนี้ทะลุแนวต้านขึ้นไปแล้ว และยังคงพยุงอยู่ที่แนวต้านนี้
ภาพรวมที่เห็นคือ Bitcoin ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนสำหรับระบบการเงินโลก นี่คือยุคใหม่ และวิดีโอนี้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน ฝากแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วย
ถ้าชอบ ฝากบอกกันด้วยนะ อย่าลืมกดไลก์ กดซับสไครบ์ และแชร์ช่อง Bitcoin ลงทุนบอย ผมจะนำข้อมูลจากโลกคริปโตและเศรษฐกิจมหภาคมาแบ่งปันอย่างสม่ำเสมอ สำหรับวิดีโอนี้ขอบคุณที่ติดตามครับ เจอกันใหม่ในคลิปหน้า สวัสดีครับ







Comments 0