저자: MichaelBurry · 외국인
요약 보기
마이클 버리가 엔비디아와 팔란티어에 대한 대규모 공매도(약 11억 달러 규모, 펀드 포트폴리오의 약 80%로 언급)를 보유 중이라는 13F 공시를 소개하며 AI 버블 우려를 제기한다. 팔란티어 PER 700배 등 과열 지표와 순환 금융(빅테크의 칩 투자→매출 인식 순환) 문제를 지적한다. 반면 AI 기업들의 실적 성장과 실수요를 근거로 반론도 다룬다. 13F는 45일 지연되고 공매도 포지션 가치가 실제 자금과 다르므로 불완전한 정보라고 설명하며, 타이밍의 중요성(2008년 사례)을 강조한다. 결론적으로 진위와 타이밍은 불확실하다고 마무리한다.
다듬은 글
ในโลกการลงทุน มีชื่อหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวทุกครั้งที่ตลาดเคลื่อนไหวผิดปกติ นั่นคือ Michael Burry นักลงทุนที่มีแว่นตาหนาเตอะ และเป็นคนที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม ล่าสุดเขาประกาศคำพูดสั้น ๆ ที่กระทบตลาดทั้งหมด หลังจากที่เงียบไปมากกว่าสองปี ทำให้ทุกคนเริ่มหันมาจับตาว่าเขากำลังเห็นอะไร
หลายคนอาจจำชื่อของเขาได้จากภาพยนตร์เรื่อง The Big Short เขาเป็นอดีตแพทย์ที่ผันตัวมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว และใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อระบุจุดเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ก่อนปี 2008 ตอนนั้นเขาเดิมพันว่าความเชื่อมั่นของทั้งโลกกำลังจะพังลง และผลลัพธ์คือเขากลายเป็นตำนานที่ทำกำไรมหาศาลจากวิกฤตครั้งนั้น
หลังจากนั้น Burry เคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเดิมพันครั้งใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการอีกครั้ง
จากเอกสารที่ถูกเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ พบว่ากองทุนของ Burry ได้เข้าทำสัญญาเดิมพันว่าราคาหุ้น AI ยักษ์ใหญ่สองตัวจะลดลง โดยมูลค่าสัญญารวมประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่น่าสนใจคือขนาดของการเดิมพันนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของพอร์ตการลงทุน หมายความว่าเขาไม่ได้กระจายความเสี่ยงเลย และเขามั่นใจในมุมมองของตัวเองอย่างมาก เป้าหมายหลักประกอบด้วย Palantir บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลรายใหญ่ และ Nvidia ราชาผู้ผลิตชิปประมวลผล AI ซึ่งถือเป็นหัวใจของเทรนด์นี้
นักลงทุนสวนกระแสหลายคนเริ่มชี้ให้เห็นความคล้ายคลึงที่น่ากังวลกับช่วงปลายทศวรรษ 1990 โดยเฉพาะในด้านการประเมินมูลค่าหุ้นที่พุ่งขึ้นไปสูงลิบ ตัวอย่างเช่น หุ้น Palantir ถูกซื้อขายในอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) สูงถึง 700 เท่า ซึ่งหมายความว่านักลงทุนยอมจ่าย 700 ดอลลาร์เพื่อบริษัทที่ทำกำไรได้เพียง 1 ดอลลาร์ต่อปี นี่สะท้อนว่าความคาดหวังของตลาดอาจวิ่งนำความเป็นจริงไปไกลมาก
อีกประเด็นที่ซับซ้อนแต่น่ากลัวไม่แพ้กันคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Circular Financing หรือการเงินวนเป็นวงกลม ลองนึกภาพว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ลงทุนอย่างมหาศาลในบริษัทชิปอย่าง Nvidia จากนั้นบริษัทเหล่านั้นก็นำชิปไปสร้างบริการ AI ของตัวเอง และรายงานการเติบโตของรายได้จาก AI นั้นกลับมา เงินจึงหมุนวนอยู่ภายในวงการเดียวกัน อาจทำให้เกิดภาพการเติบโตที่สวยงามแต่ไม่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของเศรษฐกิจโดยรวม
เรื่องนี้มีสองด้านเสมอ ฝั่งที่เชื่อในอนาคตของ AI หรือที่เรียกว่าฝ่ายกระทิง มีเหตุผลที่หนักแน่นและพร้อมตอบโต้ข้อกล่าวหาทั้งหมด อเล็กซ์ การ์ป (Alex Karp) ซีอีโอของ Palantir เป็นหนึ่งในเป้าของ Burry และเขาตอบโต้อย่างดุเดือดว่าการชอร์ตหุ้นของบริษัทนั้น ... เทคโนโลยีหลักของบริษัทแข็งแกร่งมาก ยืนยันว่าธุรกิจของพวกเขามีรากฐานที่มั่นคงและมีรายได้ที่ทำกำไรได้จริง
ฝั่งนี้ยังชี้ว่าบริษัท AI ชั้นนำในปัจจุบันไม่ได้เหมือนบริษัทที่ขาดทุนเต็มตลาดในยุคดอตคอม แต่กำลังเติบโตแข็งแกร่งและรวดเร็ว ผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดและยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง Nvidia เองก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยมูลค่าบริษัทที่พุ่งทะลุระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ ผู้ที่เชื่อในกระแสนี้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการปฏิวัติเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่เป็นจริง
ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากเอกสารที่เรียกว่า Form 13F ซึ่งกองทุนขนาดใหญ่ต้องยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ทุกไตรมาส โดยเปิดเผยสถานะการถือหุ้นในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม เอกสารนี้มีข้อจำกัดสำคัญหลายประการ
ประการแรก ข้อมูลมีความล่าช้า อาจย้อนหลังไปได้ถึง 45 วัน ประการที่สอง ตัวเลขมูลค่าที่เห็นเป็นมูลค่าของสัญญาอ้างอิง ไม่ใช่เงินสดที่จ่ายจริง Burry อาจจ่ายเพียงส่วนเล็ก ๆ ของมูลค่านั้น และรายงานเหล่านี้จึงไม่แสดงภาพรวมที่สมบูรณ์ของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชอร์ตขาย
บทเรียนสำคัญจากประวัติของ Burry คือการวิเคราะห์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั้นไม่ยาก แต่ความยากอยู่ที่การรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น "เมื่อไร" ในวิกฤตปี 2008 เขาเดิมพันเร็วเกินไปจนเกือบล้มละลายก่อนที่ตลาดจะพังลงตามที่เขาคาดการณ์ไว้ สุดท้ายแล้วจังหวะเวลาคือทุกสิ่ง
การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงทิ้งคำถามไว้ให้ทุกคนคิดต่อ ว่าตลาด AI ที่เราเห็นในวันนี้คือระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง หรือคือพาหนะที่จะพาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคใหม่กันแน่ การเดิมพันครั้งใหม่ของ Michael Burry คือการมองการณ์ไกลของนักพยากรณ์ หรือเป็นเพียงการตัดสินใจของนักลงทุนในตำนานที่กำลังสวนกระแสคลื่นปฏิวัติที่อาจพัดทุกอย่างให้หายไป เวลาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตอบ
*THE SHORTKEY: ทางลัดจัดการโอกาส ทุกวันคือโอกาส*

Comments 0